แม่จ๋าวันนี้หนูโตแล้ว


คำเอื้อนเอ่ยเปรียบเปรยคำว่าแม่
คือรักแท้…ที่ใจนั้นมุ่งหมาย
เป็นสิ่งดี..ที่มี..อยู่ข้างกาย
ขจัดภัยพ้ายให้หาย..จากลูกยา

อยากจะขอเอื้อนเอ่ยเพื่อบอกแม่
ใจจริงแท้ที่แม่มอบให้ฉัน
แม่คนนี้..เป็นที่รักของทุกวัน
สุขใจฉันแม่ให้กันตั้งมากมาย

แม่จ๋าวันนี้หนูโตแล้ว
ยังแน่แน้วคำสอน..ขอแม่จ๋า
ไม่ต้องห่วงลูกน้อยที่จะมา
กราบกายาแม่จ๋า..จงสุขใจ

รักแรงกล้าเหนือฟ้าที่แม่ให้
ลูกเก็บไว้เพื่อใจที่เข้มแข็ง
ในวันนี้..ลูกทำสุดเรี่ยวแรง
ใจจำแลงแอบแฝง…สิ้นสูญไป
(Rallow)


มากกว่าดาวที่พราววับประดับฟ้า


มากกว่าดาวที่พราววับประดับฟ้า
ให้มากกว่าที่มีอยู่รู้ไหมหนอ
มากกว่ารักมอบให้ฉันนั้นเกินพอ
มากกว่าหมอแม่คอยห่วงทุกช่วงวัน

มากกว่าพื้นพสุธาที่ว่ากว้าง
มากกว่าทางที่แสนไกลในสวรรค์
มากกว่าแสงที่ส่องหล้ามาโลกพลัน
มากกว่าฝันที่แม่ฉันนั้นให้มา

แม้วันนี้จะมีจิตคิดโอบอ่าน
เอาชลธารสมุทรลึกเป็นหมึกหนา
เอาแผ่นดินมาแต่งเป็นเช่นปากกา
เอาผืนฟ้าแทนกระดาษวาดเขียนไป

จารึกคุณของแม่นี้มีต่อลูก
ที่แม่ปลูกเขียนไม่หมดจดไม่ไหว
พระคุณแม่เหลือหลายหลากมากอำไพ
ยังฝังในใจลูกมั่นนิรันดร
(กวีมธุพจน์)


จากปลายปากกา สู่ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่


จากนภา สู่พิภพ อันกว้างใหญ่
จากหัวใจ บทกวี มีสีสรรค์
จากความรัก ที่แสนสุด จะตื้นตัน
จากตัวฉัน แต่งให้แม่ ด้วยสักการ

แม่ผู้ให้ ความรัก ทั้งชีวิต
ทั้งดวงจิต ทั้งกายา ทั้งอาหาร
ทั้งห่วงใย ทั้งดูแล ทั้งโปรดปราน
ทั้งกล้าหาญ ทั้งปกป้อง ทั้งเลี้ยงดู

ทั้งสั่งสอน ทั้งตักเตือน ทั้งว่ากล่าว
ทั้งป้อนข้าว ทั้งป้อนน้ำ ทั้งรักหนู
ทั้งแนะนำ ทั้งซื้อของ ทั้งเป็นครู
ทั้งเฝ้าดู ทั้งรัก ทั้งหัวใจ

ถ้าจะกล่าว ความดี ของแม่นั้น
ทั้งชีวัน ก็ยากที่ แถลงไข
ถึงจะเขียน จรดฟ้า สุราลัย
ไม่มีใคร ไหนจะเขียน ได้หมดเอย
(PEPYOYO”)


เอ่ยออกเพื่อบอก….แม่


เมื่อเยาว์วัยแม่คลั่งไคล้โอบกอด
ท่านเป็นยอดบุพการีที่ยิ่งใหญ่
เฝ้าดูแลให้ความอบอุ่นคอยห่วงใย
จะมีใครที่รักเราเสมอมา

สารพัดเรื่องราวมากมายหม่นหมอง
ประคับประคองยามป่วยไข้ช่วยรักษา
จนเติบใหญ่สอนสั่งให้เรียนวิชา
ได้ก้าวหน้าแค่นี้แม่ก็ภูมิใจ

จากวันนั้นจนบัดนี้ลูกอยากขอขมา
ช่วยเมตตาที่ลูกทำผิดคิดหลงใหล
หนีจากบ้านท่องเที่ยวไม่ทำอะไร
เถลไถลหาความสุขเร่ร่อนเรื่อยมา

น้ำตาแม่ไหลยามลูกชายมีสุข
ยอมรับทุกข์ เมื่อลูกมีปัญหา
บาปใหญ่หลวงทำให้ท่านหลั่งน้ำตา
อกอุราแม่ชอกช้ำต้องทำใจ

ไม่เคยโอบกอดยังแม้แต่น้ำซักแก้ว
หลายปีแล้วจากบ้านมาคราอาศัย
ลูกสำนึกผิดทุกสิ่งขอจงอภัย
พระคุณยิ่งใหญ่มากล้น ศรัทธา

จนวันนี้ลูกได้บวชเรียนสนองคุณ
สั่งสมบุญบารมีร่ำเรียนวิชา
ท่านได้รู้คงดีใจมากหนักหนา
ได้เปิดตาส่องธรรมเอื้ออำไพ

อยากจะกราบแนบเท้าแม้ซักครั้ง
อยากจะนั่งนวดแขนขาให้
อยากจะบอกว่า “รักแม่”อย่างจริงใจ
แต่ทำไม ท่านต้องจากไปไม่หวนกลับมา
(เศษเหล็ก)


เอ่ยออกเพื่อบอก….แม่(คนเดียว)


อ้อมอกแม่ ครั้งเยาว์ เฝ้าฟูมฟัก
เลี้ยงด้วยรัก กลั่นเลือด อกผสม
เพียรถนอม กลอยใจ ให้น้ำนม
หวังชื่นชม ลูกเติบใหญ่ ด้วยสองมือ

สองมือแม่ โอบลูกไว้ ในอ้อมกอด
ลูกอ้อนออด ร้องหา คราหวั่นไหว
แม้นว่าตัว แม่ห่าง ใกล้หรือไกล
ยังห่วงใย พันผูก ดุจวิญญาณ์

แม่เลี้ยงดู เป็นสุข ทุกย่างก้าว
จากอ่อนวัย กล่อมเกลา จนเติบกล้า
คอยดูแล ห่วงลูกอยู่ ทุกเวลา
ดั่งแก้วตา ดวงใจ ในอุทรณ์

ลูกยังคง จดจำ ทุกคืนวัน
แม่ของฉัน คือครู คอยพร่ำสอน
แม่เฝ้าอ่าน นิทาน ยามกล่อมนอน
คือนางฟ้า ขอพร ประจำกาย

ด้วยสองมือ ลูกก้มกราบ แทบบาทา
ด้วยกายา น้อมสกราน ไม่ห่างหาย
ด้วยชีวิต มอบให้แม่ มิวางวาย
แทนพระคุณ ด้วยหัวใจ ตราบชีวัน

รักของแม่ กว้างกว่าพื้น พสุธา
รักของแม่ เลิศฟ้า สุธาสวรรค์
พระคุณแม่ แสนยิ่งใหญ่ ค่าอนันต์
พระคุณแม่ สุดรำพัน พร่ำพรรณา
(พล.ประจักษ์)


เอ่ยออกเพื่อบอกแม่


เอ่ยออกเพื่อบอกแม่
ลูกงอแงแต่หนหลัง
เพราะเป็นเด็กเล็กยัง
ไม่อาจช่วยตัวเองได้

วัยทารกแรกเกิด
ถือกำเนิดสู่โลกใหญ่
จากท้องแม่ทันใด
ก็ว้าเหว่และอ้างว้าง

ไออุ่นแรกสัมผัส
แขนกระหวัดโอบกอดอย่าง
ทะนุถนอมมิจาง
จากอกอุ่นด้วยห่วงใย

เอ่ยออกเพื่อบอกแม่
นับตั้งแต่ลูกเติบใหญ่
มีครอบครัว…ห่างไกล
ไปจากแม่หลายสิบปี

ลูกยังคิดถึงแม่
มิผันแปรดวงใจนี้
รักเคารพยังมี
เต็มเปี่ยมแห่งดวงใจ

เอ่ยออกเพื่อบอกแม่
แม่จ๋าแม่รอได้ไหม
ปีนี้ลูกจะไป
กราบตักแม่อย่างแน่นอน…
(เอื้ออารมณ์)